ช่วงเดือนที่ผ่านมาตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวนพอสมควร
ปู่ SET เราก็ไม่ยอมน้อยหน้า Correction เบาๆ เหมือนกัน
จากจุดสูงสุด เกือบ 1620 จุด ลงมาแตะแถวๆ 1300 จุด เมื่อ Mini Black Monday วันที่ 24/8 ที่ผ่านมา
ซึ่งหากจะถามว่า ดัชนี SET แถวๆ นี้น่าลงทุนรึยัง
หากตอบแบบ VI ก็คงต้องบอกว่า เราพิจารณาลงทุนหุ้นเป็นรายบริษัท ดัชนีเดาไม่ออกครับ!
แต่จริงๆ แล้ว การดูดัชนีนั้น Warren Buffett เอง ก็ดูเหมือนกัน!...แต่ไม่ได้ดูกราฟนะ
Indicator หลักๆ ที่ Buffett เคยกล่าวถึง จนถูกตั้งชื่อเป็น The Buffett Indicator ก็คือ Market Cap to GDP
การคำนวณก็ไม่ได้ซับซ้อน โดยการเอา Market Cap หรือ มูลค่าตลาดหลักทรพย์โดยรวม
หารด้วย GDP ของประเทศ
ซึ่งแหล่งข้อมูล สำหรับไทยก็เข้าไปดูได้ตามนี้ครับ
1. Market Cap
2. GDP
หากลองคำนวณดู และทำเป็นกราฟออกมา ก็จะได้ดังรูปข้างล่างนี้
(ใช้ข้อมูล GDP ย้อนหลังละกันนะครับ แต่จริงๆ ตลาดหุ้นปกติจะ มองไปข้างหน้า คือ เดา GDP กัน)
จากกราฟ ก็จะเห็นได้ว่า Ratio Market Cap to GDP ช่วงนี้ก็ไม่นับว่าถูกมาก
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หากจะลงทุนคงต้องเน้นเลือกกิจการที่ดี และคุ้มค่าเงินลงทุนเป็นหลัก
นอกจากนี้ ยังต้องดูเทียบอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนอื่นๆ ด้วย
ไม่ว่าจะเป็น การซื้อตราสารหนี้, การลงทุนอสังหาริมทรัพย์, หรือการทำธุรกิจเอง
ส่งทายนี้
หากท่านใดสนใจ Ratio Market Cap to GDP
คุณ imerlot แห่งเวบ ThaiVI ก็ Update อยู่เรื่อยๆ ติดตามกระทู้นี้กันได้ครับ
http://board.thaivi.org/viewtopic.php?f=1&t=47314&start=150
Saturday, August 29, 2015
Thursday, August 27, 2015
ยุคใหม่ของซิงเกอร์ (The New Era of SINGER @Oppday 2Q/15)
Oppday ครั้งแรกของ Singer Thailand หลังจากมีการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นรายใหญ่
กลายมาเป็นบริษัทคนไทยอย่างแท้จริง ทั้ง ผู้ถือหุ้น และ ผู้บริหาร
เลยสรุปมาให้อ่านกันครับ
Overview
- เปลี่ยนแปลง ผถห รายใหญ่ เป็น JMART 25%, SAHAPAT 7%, KBANK 5%, MTLA 2%
- การมี ผถห. รายใหม่ ช่วยเสริม คือ JMART (มือถือ, ติดตามหนี้, จัดแบ่งพื้นที่ให้เช่า) , SAHAPAT (สินค้ามากมายในกลุ่ม FMCG) ใน Q4 จะเห็นการทำธุรกิจร่วมกัน
- การเปลี่ยนแปลงหลักๆ ปี 2015 ได้เริ่มทำธุรกิจแบบ Direct Payment ขายสินค้า Multi-brand&Multi-product ไม่ต้องใช้คนเก็บเงิน จะทำให้ธุรกิจเติบโตแบบก้าวกระโดดได้ สามารถลดความเสี่ยง และแข่งขันกับตลาดได้ ลดราคาขายให้เท่ากับราคาตลาด (ลดต้นทุน SG&A)
- ระบบการเก็บเงินรูปแบบเดิมยังมีอยู่
- Operation ปรับ Shop โดยเลือกมาจาก 214 สาขา พัฒนาเป็นร้านตู้กระจก เอาสินค้า โทรศัพท์มือถือจาก JMART มาวาง
- Direct payment ทดลองมาแล้ว 2-3 เดือน มีบัญชีประมาณ 200 กว่าบัญชี หลังสิ้นเดือน ตค. ประมาณการ 2,000 บัญชี โดยทดลองใช้ Shop ประมาณ 40 สาขาแรก ปล่อยสินค้าเชิงพาณิชย์พวก Printer ขนาดใหญ่ และตู้หยอดเหรียญให้ Sun108 นอกจากนี้ยังช่วยลดโอกาสการทุจริต
- Singer จะเน้นการ Outsource ใช้ Network ขายสินค้าให้พันธมิตร และบริษัทอื่นๆ
- Singer Service Plus เน้นเหมือนเดิม คือ การ Service เน้น Brand ตัวเอง
- สินค้าอื่น ติดต่อ เจ้าของ Brand Service ให้
- ในอนาคตจะเห็น Singer ที่เป็น Holding Company
- จุดแข็งของ Singer
- ช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว เน้น ธุรกิจเช่าซื้อ
- น้ำมันราคาลง มีผลบวก สามารถใช้รถเดินตลาดได้ถี่ขึ้น บ่อยขึ้น
ผลประกอบการ
- %การเก็บเงิน ดีขึ้น
- รายได้, กำไร คาดหวังว่าจะดีกว่าปี 2014, growth ได้ในยามที่คนอื่นยังไม่ growth
- Operating Profit Margin ปีนี้ตั้งเป้า 8-9%
กลยุทธ์
- "ลูกธนู 4 ดอก" ใช้สินค้า 4 ตัวเป็น Growth Driver แบ่งไปแต่ละเขตการค้า ทำเป็น Best Practice
2. Washing Machine (หยอดเหรียญ) เปลี่ยนเครื่องซักผ้าเองเป็นเครื่องซักผ้าเชิงพาณิชย์, จะเก็บค่าโฆษณา จากบริษัทขายผงซักฟอก, น้ำยาปรับผ้านุ่มด้วย (กำลังทำเครื่องจำหน่ายผงซักฟอกหยอดเหรียญ)
3. Beverage Cooler
4. CCTV จากกรณีความไม่ปลอดภัยต่างๆที่เกิดขึ้น Demand เสียงสะท้อนจากลูกค้าซิงเกอร์อยากซื้อกล้อง
- "รถแห่" ติดโปรโมชั่นข้างรถ กระตุ้นยอดขาย, ติดป้าย Vinyl หน้าร้านสาขา สัดส่วนการ walk-in เพิ่มจาก 3-4% เป็น 10%, มีแผนจะเอา "รถแห่" ให้บริการกับเจ้าอื่นๆด้วย เช่น ช่วงหาเสียง (Rate ปกติ 800-1,000 บาท/วัน/คัน)
- Shop in Shop ประมาณ 100 สาขา ร่วมกับ JMART
- Direct Payment, Multi-brand&Multi-product (ความฝัน อีก 3 ปีโตอีก 1 เท่าตัว)
- ATVM co. กับ JMART เอาตู้ไปตั้ง เป้าหมายวาง 200 ตู้ ที่ JMART shop, IT junction, mall
- บริการ "เติมเต็ม" น้ำมันแท้ เติมเต็มลิตร ถึงบ้าน -> เป็น Jobber สร้าง Prototype 3 จังหวัด ได้รายได้ Rebate จากการขายน้ำมัน และจะช่วยในการขาย PVM
- POP ทำสัญญา โฆษณากับ TRUE ไปแล้ว จะมี ณเดช ยืนกอดตู้!! ตู้อื่นๆ ก็จะทำด้วย
Comment (คหสต.)
- ยังเน้นจุดแข็งเดิมคือ "กองทัพมด" พนักงานขาย "มืออาชีพ" กว่า 3,400 ท่าน
- ไหนๆ ก็ยุคใหม่แล้ว อยากให้คุณบุญยง และ ผบห. ซื้อหุ้นบริษัทตัวเองเก็บไว้บ้าง จะได้สร้างความมั่นใจให้นักลงทุน และถือว่าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์ใหม่นี้ครับ
- Model ตู้เติมเงินมือถือ (ATVM) ต้องเน้นทำให้ดีๆ สร้างรายได้ให้ทั้ง ลูกค้า และบริษัทได้อีกมาก, ตู้บุญเติมนำหน้าเรื่อง innovation ไปหลายช่วงตัว
- เอาพัดลมแบบ Evaporative Cooler มาขายบ้าง(ติดตราซิงเกอร์) น่าจะขายดีนะครับ (ขายพ่วงแอร์เลยมะ)
สำหรับ Singer Fan Club ก็ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดนะครับ
น่าจะมีอะไรดีๆ ให้เห็นอีกมาก
สำหรับ Singer Fan Club ก็ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดนะครับ
น่าจะมีอะไรดีๆ ให้เห็นอีกมาก
Thursday, August 20, 2015
Key Investing Variables : กลุ่มประกันวินาศภัย (P/C Insurance)
1) สถานะทางการเงิน
- ปริมาณ Float ที่มี เทียบ Market Capitalization
- CAR Ratio
2) ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการรับประกันภัย
- Combined Ratio เป็นอย่างไร
- Expenses Ratio ต่ำสุดในอุตสาหกรรมหรือไม่
- Loss Ratio เป็นอย่างไร
- เน้นเบี้ยประกันภัยหมวดไหน
3) ความสามารถในการนำเบี้ยประกันไปลงทุน
- แนวทางในการลงทุนของผู้บริหารเป็นอย่างไร
- ผลงาน ROI ในอดีตเป็นอย่างไร
- ปริมาณ Float ที่มี เทียบ Market Capitalization
- CAR Ratio
2) ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการรับประกันภัย
- Combined Ratio เป็นอย่างไร
- Expenses Ratio ต่ำสุดในอุตสาหกรรมหรือไม่
- Loss Ratio เป็นอย่างไร
- เน้นเบี้ยประกันภัยหมวดไหน
3) ความสามารถในการนำเบี้ยประกันไปลงทุน
- แนวทางในการลงทุนของผู้บริหารเป็นอย่างไร
- ผลงาน ROI ในอดีตเป็นอย่างไร
Tuesday, August 18, 2015
I will Beat this GMAT!
ปีหน้าจะไปเรียน MBA ให้ได้!
แต่ตอนนี้ดูเหมือนมีกำแพง GMAT มาขวาง
สอบไปหลายรอบ เสียอัฐไปหลายอยู่ คะแนนก็ยังไม่ถึงเป้าสักที
ตั้งแต่จำความได้ ผมคิดว่า GMAT ข้อสอบที่ยากที่สุดอันหนึ่ง
ใครที่เคยสอบ GMAT คงรู้ถึงความกวนขอข้อสอบ
โดย GMAT นั้น เป็นข้อสอบในที่ใช้ระบบ CAT - Computer Adaptive Test
คือ ถ้าทำข้อสอบถูก ระบบจะทำการ Random ข้อสอบที่มีความยาก เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มาให้ทำ
และข้อสอบข้อแรกๆ สำคัญมากๆ หากผิดข้อแรกๆ ต่อเนื่อง
จะพบว่า ทำไมข้อสอบ ข้อหลังๆ มันง่ายจัง
นั่นคือ คุณตอบผิดเยอะ มันเลยง่ายไง คะแนนจะแย่แน่นอน ต้องกลับบ้านไป "ร้องไห้หนักมาก"
ซึ่ง GMAT นั้น
ส่วนใหญ่ สายวิทย์ แบบผม จะต้องเผชิญปัญหา Part Verbal (หรือภาษาอังกฤษ นั่นเอง)
Verbal แบ่งเป็น
1) Sentence Correction (SC) : ประมาณข้อสอบ Grammar ขีดเส้นใต้ข้อความในโจทย์ แล้วหาจุดผิด
2) Critical Reasoning (CR) : ข้อสอบแนววิเคราะห์ เหตุ-ผล, หา Assumption, หาเหตุผลมาเสริม/หักล้าง
3) Reading Comprehension (RC) : ตรงตัวเลย อ่าน Passage แล้วตอบคำถาม แต่แบบว่า เนื้อหามันอ่านยาก และไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ (อ่านคำตอบในโจทย์ บางทีแปลไม่ออก -,-'''
โดยคะแนนล่าสุดของผมก็คือ 640 => Q = 49 / V= 28 (โง่จังนิ ;p)
และล่าสุดทำ Test แบบเร็วๆ ก็ได้เท่าเดิม 640 (แหม คงเส้นคงวา)
แต่คะแนนเปลี่ยนไปหน่อย Q = 47 (คิดไม่ออกกดผ่าน), V = 32 (ดีขึ้น ;p)
สำหรับ เป้าหมาย คือต้อง > 700 คะแนน แต่เผื่อ Safety Factor ไว้ 720 ละกัน
จากตารางคะแนน มีกลยุทธ์ คือ
1) Q - Quantitative แย่สุดไม่ต่ำกว่า 49 (88%)
2) V - Verbal ไม่ต่ำกว่า 39 (83%)
ที่มา : http://gmatclub.com/forum/gmat-score-translation-table-121864.html
เหลือ เวลาอีกประมาณ 1 เดือน นิดๆ ขอฮึดเฮือกสุดท้าย
ถ้าเป็น ศิลปิน ก็เหมือน last stroke เพื่อจบชิ้นงาน
ทีนี้ก็ต้องวาง กลยุทธ์ กันหน่อย
คิดภาพเหมือนเรือที่กำลังรั่วอยู่ คงต้องหาทางอุดน้ำในเรือก่อนจะไปทำอย่างอื่น
ให้วิดน้ำออก คือ อ่านมันทุกอย่างคงทำไม่ไหวแหงๆ
ดังนั้นต้องรีบแก้ไจ จุดอ่อน โดย ด่วนที่สุด!!
ที่ต้อง Focus ใน 1 เดือนนี้ ก็คือ
1. SC อันนี้ คงต้องหาวิธี ที่เหมาะกับ Style เราให้ได้ แบบว่า Grammar ย่ำแย่จริงๆ
2. Perfect Part Quantitative : Word Problem, Rate, LCM/GCD
3. ห้ามทำข้อสอบ 2 ข้อแรก ผิด (ผิดประจำ ไม่รู้เป็นอะไร แบบว่าเสียกำลังใจ)
สู้ๆๆๆ
เขียนเมื่อวันที่ 18/8/15
สอบวันที่ 25/9/15
แต่ตอนนี้ดูเหมือนมีกำแพง GMAT มาขวาง
สอบไปหลายรอบ เสียอัฐไปหลายอยู่ คะแนนก็ยังไม่ถึงเป้าสักที
ตั้งแต่จำความได้ ผมคิดว่า GMAT ข้อสอบที่ยากที่สุดอันหนึ่ง
ใครที่เคยสอบ GMAT คงรู้ถึงความกวนขอข้อสอบ
โดย GMAT นั้น เป็นข้อสอบในที่ใช้ระบบ CAT - Computer Adaptive Test
คือ ถ้าทำข้อสอบถูก ระบบจะทำการ Random ข้อสอบที่มีความยาก เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มาให้ทำ
และข้อสอบข้อแรกๆ สำคัญมากๆ หากผิดข้อแรกๆ ต่อเนื่อง
จะพบว่า ทำไมข้อสอบ ข้อหลังๆ มันง่ายจัง
นั่นคือ คุณตอบผิดเยอะ มันเลยง่ายไง คะแนนจะแย่แน่นอน ต้องกลับบ้านไป "ร้องไห้หนักมาก"
ซึ่ง GMAT นั้น
ส่วนใหญ่ สายวิทย์ แบบผม จะต้องเผชิญปัญหา Part Verbal (หรือภาษาอังกฤษ นั่นเอง)
Verbal แบ่งเป็น
1) Sentence Correction (SC) : ประมาณข้อสอบ Grammar ขีดเส้นใต้ข้อความในโจทย์ แล้วหาจุดผิด
2) Critical Reasoning (CR) : ข้อสอบแนววิเคราะห์ เหตุ-ผล, หา Assumption, หาเหตุผลมาเสริม/หักล้าง
3) Reading Comprehension (RC) : ตรงตัวเลย อ่าน Passage แล้วตอบคำถาม แต่แบบว่า เนื้อหามันอ่านยาก และไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ (อ่านคำตอบในโจทย์ บางทีแปลไม่ออก -,-'''
โดยคะแนนล่าสุดของผมก็คือ 640 => Q = 49 / V= 28 (โง่จังนิ ;p)
และล่าสุดทำ Test แบบเร็วๆ ก็ได้เท่าเดิม 640 (แหม คงเส้นคงวา)
แต่คะแนนเปลี่ยนไปหน่อย Q = 47 (คิดไม่ออกกดผ่าน), V = 32 (ดีขึ้น ;p)
สำหรับ เป้าหมาย คือต้อง > 700 คะแนน แต่เผื่อ Safety Factor ไว้ 720 ละกัน
จากตารางคะแนน มีกลยุทธ์ คือ
1) Q - Quantitative แย่สุดไม่ต่ำกว่า 49 (88%)
2) V - Verbal ไม่ต่ำกว่า 39 (83%)
ที่มา : http://gmatclub.com/forum/gmat-score-translation-table-121864.html
เหลือ เวลาอีกประมาณ 1 เดือน นิดๆ ขอฮึดเฮือกสุดท้าย
ถ้าเป็น ศิลปิน ก็เหมือน last stroke เพื่อจบชิ้นงาน
ทีนี้ก็ต้องวาง กลยุทธ์ กันหน่อย
คิดภาพเหมือนเรือที่กำลังรั่วอยู่ คงต้องหาทางอุดน้ำในเรือก่อนจะไปทำอย่างอื่น
ให้วิดน้ำออก คือ อ่านมันทุกอย่างคงทำไม่ไหวแหงๆ
ดังนั้นต้องรีบแก้ไจ จุดอ่อน โดย ด่วนที่สุด!!
ที่ต้อง Focus ใน 1 เดือนนี้ ก็คือ
1. SC อันนี้ คงต้องหาวิธี ที่เหมาะกับ Style เราให้ได้ แบบว่า Grammar ย่ำแย่จริงๆ
2. Perfect Part Quantitative : Word Problem, Rate, LCM/GCD
3. ห้ามทำข้อสอบ 2 ข้อแรก ผิด (ผิดประจำ ไม่รู้เป็นอะไร แบบว่าเสียกำลังใจ)
สู้ๆๆๆ
เขียนเมื่อวันที่ 18/8/15
สอบวันที่ 25/9/15
Sunday, August 16, 2015
หุ้นค้าปลีก วัสดุก่อสร้าง
ช่วงนี้สนใจหุ้นกลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้างครับ
เนื่องมาจาก
1) เศรษฐกิจดูซึมๆ
2) ราคาหุ้นกลุ่มนี้ ลงมาจาก Peak พอสมควร (ประมาณ 50%)
3) โอกาส ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเชื่อมโยง CLMV และ AEC
ซึ่งกลุ่มนี้ ในตลาดก็มีไม่กี่บริษัท (น่าจะแค่ 2 บริษัท) เอาข้อมูล ต่างๆแปะไว้ก่อนละกันครับ
1) HMPRO
- บันทึก Oppday 2Q/15
2) GLOBAL
- บันทึก 9 ภาค โดยคุณ VI Hybrid
Part1
Part2
Part3
Part4
Part5
Part6
Part7
Part8
Part9
- คนรวยหน้าใหม่
- http://www.mbamagazine.net/index.php/entrepreneur/1814-siam-global-house
เนื่องมาจาก
1) เศรษฐกิจดูซึมๆ
2) ราคาหุ้นกลุ่มนี้ ลงมาจาก Peak พอสมควร (ประมาณ 50%)
3) โอกาส ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเชื่อมโยง CLMV และ AEC
ซึ่งกลุ่มนี้ ในตลาดก็มีไม่กี่บริษัท (น่าจะแค่ 2 บริษัท) เอาข้อมูล ต่างๆแปะไว้ก่อนละกันครับ
1) HMPRO
- บันทึก Oppday 2Q/15
2) GLOBAL
- บันทึก 9 ภาค โดยคุณ VI Hybrid
Part1
Part2
Part3
Part4
Part5
Part6
Part7
Part8
Part9
- คนรวยหน้าใหม่
- http://www.mbamagazine.net/index.php/entrepreneur/1814-siam-global-house
Subscribe to:
Posts (Atom)



