Monday, March 14, 2016

Celebrity Investor (CI) เล่นหุ้นตามเซียน

ช่วงนี้เป็นช่วงที่หลายๆ บริษัท ทะยอยปิดทะเบียนผู้ถือหุ้นประจำปี
เพื่อใช้สำหรับเชิญประชุมผู้ถือหุ้น (XM) หรือ จ่ายปันผล  (XD)

กิจกรรมหนึ่งที่ผมต้อง Update เป็นประจำก็คือ การ Update รายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่
โดยเฉพาะการ Update ความเคลื่อนไหวของนักลงทุนที่ผมชื่นชอบในฝีไม้ลายมือ (และต้องรู้จักชื่อจริงด้วย)
ดูว่าเขาคิดอย่างไร ถึงกล้าซื้อหุ้นในสัดส่วนที่เยอะ ขนาดติดรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ได้
แนวทางนี้อาจเรียก เท่ห์ๆ ว่า "Celebrity Investor" หรือ "CI" คือ เล่นหุ้นตามเซียน

อย่างไรก็ตาม เหล่าเซียน ได้กล่าวเสมอๆ ว่า เขาอาจกำลังขายหุ้นทิ้งอยู่ก็เป็นได้ คือซื้อมานานแล้ว
ดังนั้น ก็ไม่ควรลอก จนไม่ลืมหูลืมตา โดยไม่ได้เข้าใจบริษัท หรือไม่รู้ที่ไปที่มาใดๆ เลย

สำหรับ Website ที่ใช้ในการติดตาม Update รายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เป็นรายบุคคล
ผมใช้บริการของ website siamchart ซึ่งเป็นบริการฟรี (แต่ใครมีจิตศรัทธาก็ช่วยบริจาคสนับสนุนกันได้)
ตัวอย่าง การ search หาข้อมูลก็ตามรูปนี้



สำหรับวันนี้ ขอลองมา Review นักลงทุน ที่ผมติดตามเป็นประจำ (ที่เพื่อนๆ น่าจะรู้จักกันอยู่แล้ว) ซัก 3 ท่าน ละกันครับ

1) ปรมาจารย์ VI ของเมืองไทย : อ.นิเวศน์


- QH น่าจะติดรายชื่อ ผถห. รายใหญ่ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว 
ตอนนี้ ก็ ถือเป็นบริษัทที่มีทั้ง CEO และนักลงทุน ที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี!
- หุ้นอื่นๆ อ. ถือไว้นานมาก
- ตอนนี้สัดส่วนเงินสดของ อ. สูงถึง 30-40% 

2) อ.ไพบูลย์

- port ของ อ.ไพบูลย์ จะกระจายมากกว่า และมีบริษัทที่มี Market Cap เล็กกว่าของ อ.นิเวศน์ แต่มี potential growth สูง
- บริษัทส่วนใหญ่ ของ อ.ไพบูลย์ ก็ถือนานมาก และจะซื้อเพิ่ม หากกิจการยัง OK

3) พี่โจ ลูกอิสาน - Peter Lynch เมืองไทย และอดีตนายกสมาคม ThaiVI
(ขอแก้ไข วันที่ 15/3 TNDT ไม่มีชื่อแล้วครับ)


- ตอนนี้ได้ข่าวว่า อ.โจ มีหุ้นกว่า 40 ตัว ดังนั้น ที่ติดรายชื่อ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ นั้นอาจเป็นส่วนน้อย!
- การติดตาม Port อ.โจ นั้น ต้อง Update กันเป็นรายเดือน เพราะ อ.จะปรับพอร์ท คัดเลือกหุ้นที่ Undervalue มาเติมเข้าพอร์ท และขายหุ้นที่ราคาขึ้นถึงเป้าหมายที่ประเมินเอาไว้ออกไป 
ซึ่งหากคิดจะซื้อตาม คงอย่าทำดีกว่า แต่หากมีหุ้นอยู่แล้ว แต่อยู่ดีๆ มีชื่อ อ.ติดมาด้วย
ก็จะสร้างความฮึกเหิมขึ้นทันที ไปโม้กับเพื่อนได้ ว่า อ. ซื้อหุ้นตามเรา 555

ขอจบตอน ประมาณนี้ละกันครับ
#


Sunday, March 6, 2016

เที่ยวโฮจิมินต์ซิตี้ สักการะ วัดได๋นาม (Đại Nam Văn Hiến Temple)

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปทำงานที่เวียดนาม
วันหยุดสุดสัปดาห์ ก็เลยได้แวะเที่ยวในโฮจิมินต์ซิตี้ ก่อนกลับบ้าน
มี พี่ที่ทำงาน เป็นไกด์ นำเที่ยว พาไปไหว้พระที่วัดได๋นาม  (Đại Nam Văn Hiến Temple หรือ Golden Temple)
ซึงเป็นวัดที่ใหญ่โต อลังการมากๆ และสร้างด้วยแรงศรัทธา ของคนๆ เดียว เลย สุดยอดมาก

สถานที่ตั้ง อยู่ไม่ไกลจาก โฮจิมินต์ซิตี้ เดินทางด้วยรถยนต์ จากใจกลางเมือง ก็ไม่เกิน 1 ชม.
จริงๆ น่าจะเร็วกว่านี้ได้ แต่ถนนในเวียดนาม จำกัดความเร็ว แถมรถติดพอสมควร


ไปดูภาพมุมสูงของวัด จาก Google


ประวัติความเป็นมาคร่าวๆ วัดนี้ สร้างโดยมหาเศรษฐี ชื่อ Huỳnh Uy Dũng โดยเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2003 การวางสถานที่ต่างๆ ก็ตามหลักฮวงจุ้ย คือ ด้านหน้าเป็นน้ำ ด้านหลังเป็นภูเขา
ที่เห็นในรูปด้านบน เป็นภูเขาใหญ่ๆ ด้านหลังวัด อันนั้นเป็น Man-made ทั้งหมด
เป็นภูเขาคอนกรีตความยาวถึง 252 เมตร ลงบันทึกใน Record ของเวียดนาม เลยทีเดียว
Concept ของวัด ทางเจ้าของแบ่ง Zone ออกเป็น เมืองมนุษย์ และเมืองสวรรค์
สะพานที่เห็นในรูปคือ สะพานเชื่อมระหว่าง เมืองมนุษย์ และเมืองสวรรค์ นั่นเอง
ไปดสถานที่จริงกันดีกว่า

ลานจำลองเมืองมนุษย์ คล้ายๆ พระราชวัง หรือ จตุรัสในประเทศจีน




ทางเข้าเมืองสรรค์






- สักการะ พระสังกัจจายน์


เซียมซีแบบจับฉลาก


มาถึง Golden Temple (จำลองเมืองสวรรค์)


จริงๆ เขาห้ามถ่ายรูปข้างใน แต่อันนี้ถ่ายจากข้างนอกเข้าไปข้างใน ถือว่าพอไหวละกันนะ

ตัว Golden Temple ภายในซึ่งดูใหญ่โตอลังการมาก
ออกแบบ โดยใช้ concept ของท้องพระโรงของจีนในสมัยโบราณ
บางคนอาจสงสัยว่าสมัยก่อน ไม่ได้มีลำโพง หรือเครื่องขยายเสียงใดๆ
ตอนหารือราชการกัน จะได้ยินกันทุกคนได้อย่างไร
ซึ่งท้องพระโรงนั้นออกแบบโดยใช้หลักการของเสียงสะท้อน และที่นี้ก็ประยุกต์ใช้หลักการเดียวกัน
พี่ไกด์ใจดี ก็แนะนำให้ไปยืนกลางท้องพระโรง แล้วลองทดสอบเสียงสะท้อนกัน
แต่ดูเหมือนสมาชิกจะไม่ค่อยกล้าพูดออกเสียงดังกันซักเท่าไหร่ เกรงใจนักท่องเที่ยวคนอื่น
ก็เลยยังไม่แน่ใจว่าจะได้ยินกันจริงรึเปล่า

ภาพพระพุทธรูปใน Golden Temple ขอใช้รูปจาก Website ของวัดละกัน


ใน Golden Temple มีจุดที่ถ่ายรูปได้ ซึ่งก็คือสิ่งนี้

ดอกไม้ (สีขาวๆ) ที่เห็นในรูป ก็คือ ดอกไม้ที่งอกทุกๆ 3000 ปี!! มีชื่อว่า Hoa ưu đàm
ใครสนใจอ่านประวัติก็ click link ตามชื่อได้เลยครับ
(พี่ไกด์เล่าอะไรเพิ่มซักอย่างเกี่ยวกับดอกไม้นี้ แต่จำไม่ได้แล้วครับ)

ออกจากตัววิหาร แล้ว ก็ไปชมทัศนียภาพด้านหลัง กันบ้าง ซึ่งก็จะประกอบด้วยเจดีย์ทองคำสูง 9 ชั้น
พร้อมด้วย Background เป็นภูเขา Man-made อย่างที่เล่าไปตอนต้น


ซึ่งตอนเริ่มสร้างวัดใหม่ๆ ก็ได้มีการติดตั้งเสียงนก  เลียนแบบธรรมชาติ และมีการ Spray น้ำเพื่อสร้างบรรยากาศ ให้เย็นสบาย
แต่พอทำไปทำมา จู่ๆ เหล่านกนางแอ่นก็หลงคิดว่าเป็นภูเขาจริงๆ
เลยมีนกนางแอ่น มาทำรัง อยู่เต็มไปหมด ทางวัดก็เลยมีรายได้จากการขายรังนกเนี่ยหล่ะ



ไปดูบรรยากาศรอบๆ


 


ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง ที่ต้องมาให้ได้ซักครั้งในเวียดนาม
โดยวัดนี้ไม่เสียค่าเข้าชมแต่อย่างใด และไม่ต้องบริจาคใดๆ ด้วย (เพราะขายรังนกเลี้ยงตัวเอง)
นอกจากวัด ทางเจ้าของก็ ได้สร้าง Theme Park ทั้ง Safari, สวนน้ำ, และเครื่องเล่นต่างๆ แต่เป้น Zone ที่ต้องเสียค่าเข้าชม
(ก็เลยไม่ได้เข้า 555 และเวลาหมดด้วย ต้องกลับ กรุงเทพฯ ซะก่อน ไว้คราวหน้ามาใหม่)

ก่อนจบ ก็มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับ ประเทศเวียดนาม
ซึ่งถือว่าเนื้อหอมมากๆ สำหรับเหล่านักลงทุน รวมทั้งเหล่า VI เมืองไทย มาฝากกันครับ
- คนใช้ รถยนต์ เพิ่มขึ้นเยอะมาก ในโฮจิมินต์ รถติด พอสมควร
- รถเกาหลี (็Hyundai) เป็นที่นิยม สาเหตุ นอกจากราคาถูก แล้ว เดาว่า ถนนหนทางในเวียดนามจำกัดความเร็ว เลยไม่รู้จะใช้รถแรงๆ ทำไม
- รถ Taxi เป็น Toyota
- อย่างไรก็ตาม รถมอเตอร์ไซค์ ยังเป็นยานพาหนะยอดฮิต มอเตอร์ไซค์เยอะจริงๆ
- ประชากรเวียดนาม ก็ตามที่ทราบกันคือ เด็กเยอะมาก ขึ้นเครื่องบินระหว่างเมือง เจอหลายครอบครัว หอบหิ้วลูกเด็กเล็กแดงขึ้นเครื่องกันเยอะเลย
- ร้านสะดวกซื้อ (convenient store) ก็ดูแล้วยังเป็นอารมณ์ร้านโชว์ห่วยอยู่ มีที่เป็น Chain บ้าง แต่ยังไม่ได้ Advance ขนาด 7-11 ในบ้านเรา หรือญี่ปุ่น
- คนเวียดนาม แสวงหาความเจริญก้าวหน้า ในหน้าที่การงาน แบบว่ากระตือรือร้น ดีมาก
- สนามบินโฮจิมินต์ ดูเหมือนจะเล็กเกินไปแล้ว นักท่องเที่ยว และนักธุรกิจ เต็มเมือง ได้ข่าวว่าที่ฮานอยสนามบินใหม่ใหญ่โต ทีเดียว
- เจอคน นักธุรกิจชาว ญี่ปุ่น นั่งเครื่องบิน ไป-กลับ ไทย-เวียดนาม เยอะเหมือนกัน, ส่วนฝรั่ง เหมือนจะไปเที่ยวกันมากกว่า (ฺBackpacker)
- เที่ยวบินขากลับ นั่ง TG ต้องขอชมว่า บริการได้แย่มากๆ เพลียจริงๆ (เอ๊ะ ชมหรือด่า...)



Friday, February 19, 2016

TNP ราคาถูกจริง ช้อปปิ๊งถูกใจ อยู่ใกล้บ้านคุณ

สรุปจาก Oppday
- ประวัติความเป็นมา

- เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพราะอยากเติบโตด้วยความมั่งคง อยากมีระบบตรวจสอบภายในที่ดี รองรับการขยายสาขาในอนาคต
- ร้านค้าแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ค้าส่งแบบ Makro 1 ที่ ร้านสะดวกซื้อ 11 ที่
- ปี 2559 มีแผนขยาย 3 สาขา และ DC แห่งใหม่ 1 แห่ง

- ผลดำเนินงาน

- ไตรมาส 4 เป็น High Season ฤดูท่องเที่ยว, Supplier ต่างๆ พยายามปิดยอดขาย, แถมมี Rebate ด้วย ดังนั้น กำไรสุทธิ อาจเทียบเป็นฐานไตรมาสถัดๆไปทั้งปีไม่ได้ ต้องดู yoy
- โครงสร้างเงินทุน และ ROE & ROA

Q&A
1) เงิน Rebate เป็นการส่งเสริมการขาย คิดเป็น %ต่อยอดขาย (ตั้งแต่ 1-4%)  ซึ่งแต่ละปีก็จะ deal ต่างกันไป บาง Supplier ก็จะมีแบบ Progressive Rate คือยิ่งซื้อมาก ปีนี้หลาย Supplier เริ่มเพิ่มงบเข้ามาหา TNP เพราะบริษัทมีการเติบโตดีที่สุดในภาคเหนือ และหลังจากเข้าตลาด TNP ดู Professional มากขึ้น ตอนนี้มองเป็น "Local Modern Trade" ไม่ใช่ "โชว์ห่วย"

2) Rebate หักออกจาก Cost of Good Sold

3) ปัจจุบัน Cash Cycle อยู่ที่ ประมาณ 22 วัน ส่วนหนึ่งมีลูกหนี้จากการขายส่ง ในอนาคตการขยายสัดส่วนร้านค้าปลีกจะทำให้ Cash Cycle ลดลง

4) ปัจจุบัน Credit Supplier อยู่ที่ 37 วัน, หลังจากได้เงิน IPO มาก็เอาไปจ่ายชำระ Supplier เพื่อให้ได้ส่วนลด ทำให้ Gross Profit ดีขึ้น

5) ร้านค้าท้องถิ่น ส่วนใหญ่เป็นลูกค้า TNP อยู่แล้ว, ส่วน Modern Trade TNP มองเป็น Model ที่ทาง TNP อยากพัฒนา ให้แข่งกับเขาได้ อีกประเด็น TNP ชอบไปเปิดติดกับ 7-11 เพราะแม่บ้าน จะมาซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ๆ ที่ TNP (เพราะ 7-11 จะขายของชิ้นเล็กๆ และราคาแพงกว่า)

6) sssg drop ไปเนื่องจาก ก่อนเข้า IPO ต้องมีการตรวจสอบต่างๆ เพิ่มขึ้นมากเป็นพิเศษ เพื่อเตรียมตัวเข้าตลาด และการขยายสาขาใหม่ อาจมีการ Cannibalize กันเองบ้าง ส่วนใน Q4 sssg กลับมาดีแล้ว

7) Admin cost เพิ่มเพราะ มีการปรับโครงสร้างเงินเดือนของพนักงานให้เป็นมาตรฐาน และรับผู้บริหารเพิ่ม แต่ในอนาคตจะมีสัดส่วนที่ลดลง หากยอดขายเพิ่มขึ้น

8) ไตรมาส 1 ปี 2559 จากที่เห็นตัวเลข sssg เดือน มค. ยอดเป็นที่พอใจ อยู่ใน Trend ตามกราฟ

9) Modern trade ทำ Size 10,000-20,000 ตร.ม. แต่ของ TNP ทำร้านขนาดเพียงแค่ 200-700 ตร.ม. แต่ทำสินค้า 15,000 sku ได้พอๆกับ BigC size ใหญ่ และทำโปรโมชั่นได้เหมือนกัน ส่วน Model ธุรกิจ ของ Local Modern Trade ไม่เหมือน CJ และ SuperCheap, ผบห. คิดว่า TNP อยู่ระหว่าง BigC กับ 7-11

10) Lotus Express กับ Mini BigC  มีสินค้าไม่เกิน 5,000 sku และพื้นที่ 100-300 ตร.ม. ซึ่งทาง TNP แข่งขันได้ดีกว่า สินค้าเยอะกว่า ราคาถูกกว่า อยู่ติดถนน สามารถซื้อ size ใหญ่ได้เลย สินค้าอุปโภคมีจำนวนมากกว่า สินค้าในร้าน TNP มีตั้งแต่ size เล็กๆ จนถึง size ใหญ่

11) 7-11 ขนาด 100-200 ตร.ม. มีสินค้า 3,000 sku

12) ปี 2557 มีค่าใช้จ่ายเปิด 3 สาขา เพิ่มช่วงปลายปี, ส่วนปี 2558 มีการปรับโครงสร้างเงินเดือนพนักงาน
13) กลยุทธ์การเปิดสาขา จะเน้นในจังหวัดเชียงราย ตอนนี้มี 18 อำเภอ, TNP เปิดแค่ 5 อำเภอ อีกทั้งอยู่ติดพม่า และลาว จึงคิดว่าโอกาสการเปิดสาขาขึนไปที่พม่าและลาว อยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษพึ่งประกาศเมื่อไม่กี่เดือน นี้เอง ดีกว่าขยายสาขาลงข้างล่าง แต่ต้องบอกว่าตลาดในเชียงรายไม่เหมือนกรุงเทพฯ ยังมีสัดส่วนของตลาดสดเยอะ คนเชียงรายยังซื้อของในตลาดสดอยู่ โดย TNP จะไปอยู่ใกล้ๆ ตลาด ทาง TNP ยังไม่อยากให้ธุรกิจของตลาดสดหายไป จะเป็นการกินรวบ

14) ราคาสินค้า TNP พอๆกับ Makro, BigC, Lotus และบางรายการราคาถูกกว่า

15) ไตรมาส 4 อยู่ที่ 24,000 บิล/สาขา/เดือน ถ้าดูไตรมาส 1 อยู่ที่ 23,000 บิล/สาขา/เดือน

16) เดิมเศรษฐกิจหลักของเชียงราย คือ ข้าว ชา กาแฟ แต่ปีนี้ กลายเป็นเมืองท่องเที่ยว โรงแรมเต็มถึงเดือน มี.ค.58 และมีนักท่องเที่ยวจากจีนขับรถข้ามมา เข้ามาจับจ่ายซื้อของ และมีคนเริ่มย้ายจากจังหวัดต่างๆ เข้ามาอยู่เชียงราย 

17) หน้าหนาว มาช้ากว่าปีก่อน ทำให้การจับจ่ายพันเข้ามาใน Q1 ค่อนข้างเยอะ

18) เป้าหมาย NPM ปี 2559 น่าจะสูงกว่า ปี 2558 และ GPM จะเพิ่มขึ้นเพราะ Size ใหญ่ขึ้น การเจรจาต่อรองดีขึ้น ค่าเช่าสาขาเพิ่มขึ้น 

19) ค้าปลีก ได้ GP ที่ดีกว่า ค้าส่ง เท่าตัว

20) เงินสดจาก IPO เบื้องต้นเอาไปฝากเงินลงทุนระยะสั้น บางส่วนจ่ายชำระ Supplier ให้ได้ GP ดีขึ้น

21) หากแบ่งสาขาเป็น Size เล็ก (<300 ตร.ม.) กลาง  (400-500 ตร.ม.) ใหญ่ (700 ตร.ม.) ปีนี้ คาดว่าจะเปิด ขนาดกลาง 1 สาขา และขนาดเล็ก 2 สาขา รายได้สาขาเล็ก ประมาณ 5 ล้านบาท /เดือน, สาขากลาง 7-8 ล้านบาท/เดือน

22) อนาคตคิดว่าเปิดสาขาได้ทุกอำเภอในเชียงราย บางอำเถอเปิดได้มากกว่า 1 สาขา

23) โปรแกรม Business Plus เป็น Program ที่ร้านค้าปลีกของคนไทยใช้ทั่วประเทศ และ TNP เขียนโปรแกรมชื่อ "เติมเต็ม" ร้านค้าจะส่งว่าขายอะไร ได้เท่าไหร่บ้าง ส่งไปให้สำนักงานใหญ่ จะช่วยเติมสินค้าตลอดเวลา ช่วยให้สินค้าใหม่ และป้องกันการทุจริต

24) DC เดิมมีพื้นที่ 3,000 ตร.ม. ของใหม่ 9,000-10,000 ตร.ม. รองรับได้อีก 55 สาขา ในอนาคต

25) สาขาที่อยู่ในเมือง Size 200 ตร.ม. ก็จริง แต่ยอดขายก็อันดับต้นๆ ถือว่า Size กลาง

26) พื้นที่ร้านปัจจุบัน ครึ่งๆ ระหว่างเช่า กับ ซื้อ แต่ในอนาคตจะเน้นเช่า

27) ฺBigC ปัจจุบันมี 1 สาขา มีแผนงานจะสร้างอีก 1 สาขา 

28) TNP ก๊อป BigC มาหมดเรื่องสินค้า แต่ต่างที่เป็นร้านสะดวกซื้อ

29) TNP กับ 7-11 อยู่ด้วยกัน ช่วยกันดึงคน ลูกค้าคนละกลุ่ม TNP size แม่บ้าน

30) สินค้าใน TNP แบ่งเป็น 10 กลุ่ม ขายดีสุดคือเครื่องครัว (10%) รองลงมา น้ำขวด (9%)

31) Rebate มีการตั้ง Accrued รายเดือน แต่ Q4 เข้ามาเยอะ เพราะฤดูหนาว

32) เน้นการขยายสาขาค้าปลีก, ค้าส่ง รายได้ 2558 อยู่ที่ประมาณ 250 ล้านบาท (25%ของรายได้รวม)

#จบ

Tuesday, February 16, 2016

ACAP เล็กแต่เผ็ด (นะค่ะ)

ACAP กับการออก Opportunity day ครั้งแรก
มาครั้งแรกแต่ออกตัวแรงมากๆ ชี้เป้าทั้งรายได้ กำไร และ PE เป้าหมายไปพร้อมๆ กันเลย

ขอสรุปแบบสั้นๆ ละกันครับ

บริษัทลูก
- OK Cash ปล่อยสินเชื่อ ต่างๆ มากมาย ทั้ง Corporate, Retail  (ผู้ผลิตสินค้าเช่นตู้เติมเงิน), และ Short term loan

- Capital OK : แข่งขันกับ Bank ยาก แต่กำลังลุ้นเงินทุนญี่ปุ่น มาสนับสนุนการปล่อยกู้
- Global Service Center : Call center, Debt collection ปัจจุบันขยายงานดี เพราะลดราคาลงมาให้เข้ากับความต้องการตลาด
- ACAP consulting : ปัจจุบัน Monitor เงินสด ของสหฟาร์ม
- AMC : Asset management ซื้อหนี้มาบริหารได้

เป้าหมายธุรกิจ
- ปี 2016 จะออกหุ้นกู้ 2,000 ล้านบาท มาปล่อยกู้ ตามรูปนี้เลย (เป็นที่ฮือฮามากกับ Slide นี้)

- ต้องการให้ EPS สูง ราคาดี ผลประกอบการดี (น่าจะมี) ปันผล

Q&A
1. ปีที่แล้ว ใน Q2/15 ปล่อยไปเจ้าเดียว 350 ล้านบาท ต้องมี Collateral Asset อย่างน้อย 2 เท่า แต่สินทรัพย์ที่เอามาวาง 1,300 ล้านบาท

2. ปล่อยกู้โดยจับมือกับผู้ผลิตสินค้า ให้ลูกค้าที่มี Purchasing Power ไม่พอ แต่ก็ผู้ผลิตสินค้าก็ต้องร่วมรับผิดชอบกับ Finance ด้วย เช่น Buy Back Guarantee

3. หุ้นกู้ 1,000 ล้านบาท จะปล่อยกู้ Corporate Best case 4 เดือนก็เต็มวงเงินแล้ว (อีกไม่กี่วัน จะปล่อยกู้ 400 ล้านบาท) จริงๆ การปล่อยกู้เป็นศิลปะ แต่คาดว่าจะใช้เวลาปล่อย 6 เดือน

4. หุ้นกู้ Retail เบื้องต้นตั้งไว้ 600 ล้านบาท แต่ตอนนี้มีรายย่อยผู้ผลิตสินค้าวิ่งหา Bank แล้วไม่ช่วย ทาง ACAP ยินดีช่วย คิดว่าจะขยับ 600 -> 1,000 ล้านบาท

5. เงินกู้ 400 ล้านบาท คาดว่าจะปล่อยบริษัทเดียว สอนทรัพย์เกิน 2 เท่า

6. ปล่อยกู้ผู้ประกอบการ จ่ายร่วมๆ กันมากกว่า 15%  ต่อปี โดยหลักเกณฑ์การปล่อยกู้ ก็จะเป็น 6 เดือน + ต่อเวลาอีก 6 เดือน

7. นอกจาก Collateral ไม่ต่ำกว่า 2 เท่า สมมติ 100 บาท หักดอกเบี้ย 15 บาท ก็ปล่อยกู้ไป 85 บาท แต่มีสินทรัพย์ 200 บาท ก็ต้องดูว่าลูกหนี้ จะจ่ายคืนอย่างไร / ส่วนผู้ผลิตตู้เติมเงิน ก็เป็นการปล่อยกู้ไปทำมาหากิน (รู้สึกคุ้นๆ กับกิจการนี้)

8. คุณเฉลิมไชย เน้นว่า ACAP เองยัง Conservative อยู่ ที่ผ่านมาทำธุรกิจ มาหลายอย่าง แต่พอทีมใหม่เข้ามา ครั้งแรกก็ดูธุรกิจเดิม เช่น พวกซื้อพอร์ท มาบริหารหนี้ แต่สู้ JMT, SAM ไม่ได้ ก็เลยคิดว่าธุรกิจที่กำลังทำอยู่ เป็นการอุดช่องว่างของการปล่อยสินเชื่อ เพราะ Bank Collateral ดูเป็นประเด็นรอง เน้นการปล่อยกู้ long term ซึ่งลูกค้า อาจไปกู้นอกระบบ แต่ก็จะได้เงินไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย และดอกเบี้ยสูงมาก

9. บริษัทไม่มี NPL มีแต่ NPA (Non Performing Asset) เพราะมี Collateral Asset

10. ACAP เป็น Non-Bank ไม่ต้องตั้งสำรอง จนกว่าจะมีเรื่องของการฟ้องร้อง หรือผิดนัดชำระหนี้ แต่เนื่องจากมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน Provision ก็ยังไม่ถูกตั้ง

11. ปัจจัยเสี่ยงที่จะทำไม่ได้ตามเป้าหมาย ก็คือ เรื่องเงินปล่อยกู้ หรือ ลูกค้าไม่มาขอสินเชื่อเรา ซึ่ง ณ ช่วงเวลานี้ไม่มีความกังวล

12. หากเก็บหนี้ไม่ได้ การยึดสินทรัพย์ทาง ACAP สามารถทำได้ทันที เนื่องจากการปล่อยกู้เป็นการ "ขายฝาก" ซึ่งต่างกับ "การจดจำนอง" ที่จะต้องไปฟ้องเอาต้องใช้เวลานานมาก และเวลาขาย ก็ดูสถานะบริษัทช่วงนั้นๆ ว่าขายถูกๆ เพื่อเอาเงินไปปล่อยกู้ต่อดีหรือไม่ ส่วนเวลาประเมินหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยจะประเมินราคาต่ำ และหารครึ่ง หรือหาร 4 โดยหากยึดหลักทรัพย์เป็นสินทรัพย์ได้ แต่หากขาดสภาพคล่อง ก็สามารถขายทิ้งได้

13. ปัญหาที่เกิดขึ้นกับ Capital OK เกิดจากความสามารถทางการแข่งขันสู้ไม่ได้ ทั้งฝั่งปล่อยกู้ส่วนบุคคล และบัตรเครดิต ซึ่ง ผบห.พิจารณาว่า ไปเน้นเก็บหนี้พอร์ทที่ค้างอยู่เดิมดีกว่า ไม่ต้องไปแข่งกับเจ้าอื่นๆ แล้วก็ขายพอร์ทที่เหลือ ให้ JMT ไป

14. Strategic Partner สนใจ ACAP มาก อยากเข้ามาไทย เพื่อจะบุก CLMV มีความพร้อม, มี License, มี Data เดิม, มีบุคลากร Local กำลัง Work เรื่องมาลงทุนกับ Capital OK

รายชื่อผู้ถือหุ้น

ประกาศ แตกพาร์, เพิ่มทุน, แจกวอร์

---------------------------------------------------
วันที่/เวลา
16 ก.พ. 2559 19:21:49





   ##ขอสรุปเพียงเท่านี้ สรุปตกหล่นประการใด ขออภัยด้วย##

Saturday, February 13, 2016

ข้อมูลเกี่ยวกับ Cloud Computing

ลองศึกษาหาความรู้เพิ่มเกี่ยวกับ Cloud Computing ครับ

1) เปรียบเทียบ Dedicated server, VPS และ Cloud
ความรู้เบื้องต้นครับ

2) กลยุทธ์การเลือกใช้ IaaS Cloud Service Provider
น่าสนใจครับ มีเปรียบเทียบ Cloud Service Provider ทั้งในไทย และต่างประเทศ

3) สรุปการบรรยายงาน IT Trends: Strategic Planning for 2016 และ Slides
มี Slide เกี่ยวกับ IT Trends ที่น่าติดตามเยอะมาก
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...